แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบริการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การบริการ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บริการยืม-คืน/จ่าย-รับ และการจัดการห้องสมุด (สรุปการเรียน 26/06/11)

บริการยืม-คืน/จ่าย-รับ
            บริการยืม-คืนถือเป็นบริการขั้นพื้นฐานของห้องสมุดที่จะต้องมี โดยเป้าหมายหลักของบริการยืมคืน ก็คือ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศ และนำสารสนเทศนั้นไปศึกษาค้นคว้านอกห้องสมุดได้ ซึ่งการยืม-คืนนั้น ก็มีหลักปรัชญาที่สำคัญดังนี้
                ต้องให้ความเท่าเทียม และเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศห้องสมุด เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงกัน โดยกำหนดนโยบาย และระเบียบ เพื่อให้มีการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศให้มากที่สุด โดยปรับปรุงการเข้าถึงสารสนเทได้ง่ายที่สุด ซึ่งจะต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดมาช่วย เพื่อให้ได้ทรัพยากรสานสนเทศล่าสุด มาบริการผู้ใช้ให้เร็วที่สุดด้วย

บทบาทหน้าที่ ของการยืม-คืน
            1. การควบคุมงานบริการยืม-คืน ซึ่งเป็นบริการพื้นฐานของห้องสมุดที่ด้วยมี โดยมีเป้าหมายคือ ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ มีความเท่าเทียมกัน และตอบสนองความต้องการมีสารสนเทศไว้ในมือ ที่กันว่าความเท่าเทียมในการใช้ (Fair Use)
            2. การประชาสัมพันธ์ห้องสมุด งานบริการยืม-คืน เป็นบริการแรกที่ผู้ใช้เข้ามาติดต่อ และเข้ามาหาโดยผู้ใช้จะเป็นผู้ตัดสินคุณภาพของการบริการห้องสมุดได้ โดยผู้ใช้จะมองจากความพึงพอใจของผู้ใช้งาน และเป็นแหล่งประชาสัมพันธ์ของชุมชนเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานด้วย ซึ่งการประชาสัมพันธ์ในห้องสมุดที่ผู้ใช้ต้องการก็คือ
                - ผู้ให้บริการจะต้องมีจุดบริการให้กับผู้ใช้ทั้งหมด เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการที่เข้ามาใช้งานซึ่งมักจะมีปัญหาในการใช้งานอยู่เสมอ
                - ผู้ใช้บริการมีความคาดหวังว่า เจ้าหน้าที่ห้องสมุดต้องทราบทุกๆเรื่อง เนื่องจากผู้ใช้ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่คนไหนคือบรรณารักษ์ จึงทำให้ผู้ใช้ไม่ทราบจะไปติดต่อบรรณารักษ์ได้ที่ไหน เลยจึงต้องไปที่บริการยืม-คืนอยู่เสมอ
                โดยที่การประชาสัมพันธ์ที่ไม่ดี หรือการบริการไม่พึงพอใจ อาจจะให้เกิดสาเหตุที่ไม่พอใจในการใช้ห้องสมุดจนไม่กลับมากใช้บริการอีกต่อไปก็ได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้ไม่พอใจในการบริการเป็นอันดับแรกๆมีดังต่อไปนี้ คือ
- ผู้ใช้หาสิ่งที่ต้องการไม่ได้                                                                              
                - ค่าปรับ
       - ไม่ได้รับการแจ้งเตือนกำหนดการส่ง หรือแจ้งเตือนการส่งช้า                        
- ร้อนหรือเย็นเกินไป
        - ระยะเวลาในการยืมสั้น                                                                                
        - จำกัดครั้งการยืมต่อ
        - ไม่พอใจบริการที่ได้รับจากบรรณารักษ์                                                          
 - เสียงรบกวน
        - เครื่องสำเนาเอกสาร คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ต่างๆไม่ทำงาน                        
               
ค่าปรับ
            เป็นค่าใช่จ่ายในกรณีที่ส่งคืนทรัพยากรสารสนเทศไม่ตรงเวลา โดยมีวัตถุประสงค์คือ เป็นกระจายการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศให้ผู้อื่น เพื่อเพิ่มการมีความรับผิดชอบ และกระตุ้นให้มีการส่งคืนตามเวลาที่กำหนด ซึ่งแต่ละห้องสมุดมักจะมีการกำหนดค่าปรับที่แตกต่างกัน ตามระยะเวลา ความสำคัญของสารสนเทศแต่ละประเภท ซึ่งห้องสมุดควรส่งเอกสารแจ้งเตือนวันส่งด้วย ซึ่งห้องสมุดจะต้องใช้การจัดการในการปรับด้วย เช่น มีการยกเว้น และผ่อนผันได้ หากไม่มีการส่งคืน และการจ่ายค่าปรับจะทำให้สิทธิการใช้ห้องสมุดถูกระงับ และรวมไปถึงการระงับการสำเร็จการศึกษาได้ในกรณีของห้องสมุดมหาวิทยาลัย โดยการจ่ายค่าปรับนั้นก็สามารถจ่ายได้หลายวิธี เช่นจ่ายที่บริการยืมคืน หรือจ่ายผ่านระบบอัตโนมัติ โดยคิดตามสภาพหนังสือ ความเสียหาย หรือค่าดำเนินการต่างๆในกรณีทำหายเป็นต้น ซึ่งก็จะลักษณะที่คล้ายกันกับค่าสมาชิก หรือค่าธรรมเนียมต่างๆที่มีอยู่แล้วในห้องสมุด
                นอกจากนี้งานบริการห้องสมุด จะมีงานในส่วนของการจัดชั้นหนังสือต่างๆให้ถูกต้องการหลักการจัดชั้น และปรับเปลี่ยนนำสารสนเทศใหม่ที่สุดขึ้นชั้นให้ไวที่สุดด้วย การดูแลรักษาให้มีสภาพพร้อมใช้งานและใหม่อยู่เสมอ การรักษาความปลอดภัยของทรัพยากรสารสนเทศ และผู้ใช้บริการ โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยตามลักษณะของห้องสมุด และการจัดเก็บทะเบียนผู้ใช้ เพื่อจำแนกว่าใครบ้างมีสิทธิ์ยืมทรัพยากรสารสนเทศ หรือมีสิทธิ์ใช้บริการของสถาบันสารสนเทศ โดยมีข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ในการติดต่อ หรือติดตามต่างๆ หรือสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้คนนั้นๆได้

เทคโนโลยีที่มีการนำมาใช้ในบริการยืม-คืน
           1. เทคโนโลยีรหัสแถบ (Barcode) เป็นการกำหนดรหัสในรูปแบบแถบสีขาว-ดำ แตกต่างด้วยความกว้างแถบตัวเลขใช้สำหรับงานยืม คืน งานทะเบียนผู้ใช้ เป็นต้น
           2. คิวอาร์โค๊ด (QR Code, 2D Barcode) เป็นเทคโนโลยีระหว่างรหัสแถบ และเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี สามารถทำได้ในห้องสมุดเอง โดยการนำมาใช้จะต้องจัดทำบาร์โค๊ด 2 มิติ 2 ดวง โดยดวงที่ 1 เพื่อทำการจัดเก็บเฉพาะข้อมูลทาง บรรณานุกรมของหนังสือ และดวงที่ 2 เพื่อใช้ทำการยืมคืนหนังสือ ซึ่งสามารถอ่านค่าได้จากอุปกรณ์ที่สามารถอ่านคิวอาร์โค๊ดได้ โอยคิวอาร์โค๊ดเก็บข้อมูลได้มากกว่ารหัสแถบถึง 200 เท่า สามารถบรรจุข้อความได้หลายภาษา
            3. เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี (Radio Frequency Identify - RFID) เป็นการใช้คลื่นวิทยุ เพื่อระบุอัตลักษณ์วัตถุที่ติดป้ายอาร์เอฟไอดี แทนการระบุด้วยวิธีอื่น เพื่อนำไปใช้งานแทนระบบรหัสแถบ เนื่องจากการอ่านข้อมูลจากระยะไกลได้และอ่านได้ครั้งละมากๆ ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถอ่านข้อมูลได้โดยวัตถุนั้นไม่ต้องอยู่ในแนวระดับที่มองเห็น อ่านข้อมูลผ่านวัตถุหรือสิ่งกีดขวาง อ่านข้อมูลของวัตถุทั้งหมดที่อยู่ในรัศมีการอ่านได้ในครั้งเดียวทั้งหมดก็เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งสามรถเป็นประเภทของ เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี ได้ดังนี้
3.1. Active Tag มีแหล่งพลังงานขนาดเล็ก หรือแบตเตอรี่ในตัวสามารถส่งข้อมูลด้วยความถี่ ได้ด้วยตนเอง
                    สามารถส่งข้อมูลได้ไกล
                    ราคาสูง
                    มีอายุการใช้งานจำกัด (ขึ้นกับแบตเตอรี่)
3.2. Passive Tag ไม่มีแหล่งพลังงาน หรือแบตเตอรี่ในตัว
                    ต้องการพลังงาน หรือการกระตุ้นด้วยความถี่วิทยุจาก Reader
                    ราคาถูก
                                                  ราคาถูกไม่จำกัดอายุการใช้งาน 100,000 ครั้ง


การจัดการในห้องสมุด
            ลักษณะของการจัดจัดการห้องสมุดแบ่งตามลักษณะของห้องสมุดดังนี้ คือ
            1. ห้องสมุดขนาดเล็ก บรรณารักษ์ทำหน้าที่ดูแลงานและเจ้าหน้าที่ กำหนดนโยบายการดำเนินงาน กฎระเบียบ และแนะนำดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่
2. ห้องสมุดขนาดใหญ่ มีหัวหน้าแผนก (Department Head) ดูแลบรรณารักษ์ โดยบรรณารักษ์ดูแลงานด้านการจัดการ
3. ห้องสมุดขนาดใหญ่มาก จะมีหัวหน้างาน (Circulation Chief) ดูแล ภายใต้การควบคุมของผู้ช่วยบรรณารักษ์ (assistant librarian) และหัวหน้าบรรณารักษ์ที่ทำหน้าที่ดูแล (Division Supervisor)

ความรู้และทักษะที่ต้องการในการจัดการห้องสมุดสำหรับบุคคลากรในห้องสมุด
        1. มีใจรักในงานบริการ มีความอดทนสูง เนื่องจากผู้ใช้มักมีลักษณะนิสัยต่างกันการให้บริการจึงต่างกันไป
        2. มีความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรที่มีไว้บริการ เพราะผู้ใช้คาดว่าจะได้ในสิ่งคาดหวังไว้
3. มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูล OPAC
4 .มีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อบริการผู้ใช้ที่แตกต่างกันเพื่อให้รับความพึงพอใจมากที่สุด
5. มีมนุษยสัมพันธ์ดีในการให้บริการ
6. สามารถให้ความถูกต้องแก่ผู้ใช้ได้
7. มีความยืดหยุ่นในการให้บริการ
8. มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งความน่าเชื่อถือนี้จะช่วยทำให้ผู้ใช้เกิดความเชื่อมั่น และมั่นใจในการบริการ และสารสนเทศที่ได้รับ

การจัดการบุคลากรในการบริการห้องสมุด
            1. ต้องให้ความสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญไปยังผู้ที่เริ่มงานใหม่ โดยมีพี่เลี้ยงคอยแนะนำงานอยู่เสมออย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว
2. มีลักษณะที่พร้อมจะทำงานอยู่เสมอ
3. ในการทำงานของห้องสมุดนั้น มิใช่มีเพียงงานที่โต๊ะอย่างเดียว แต่มีงานบริการอื่นๆด้วย เช่น การบริการผู้ใช้ หรือการจัดเก็บหนังสือ เป็นต้น


วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

งานห้องสมุด(สรุปการเรียน วันที่ 19/06/54)

งานห้องสมุด
                งานห้องสมุดส่วนใหญ่จะมีการทำงาน อยู่ 3 ประเภท คือ งานบริหาร งานเทคนิค และงานบริการ โดยในที่นี้ จะขอนำเสนอในงานบริการห้องสมุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ความสำคัญของงานบริการห้องสมุด
                1.เป็นองค์ประกอบที่เกื้อหนุนต่อการพัฒนาห้องสมุด คือ งานบริการห้องสมุดเป็นงานที่ต้องติต่อ ประสานงานกับผู้ใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการ เพื่อสร้างภาพพจน์ที่ดี และสร้างการพัฒนาให้ห้องสมุดเกิดความก้าวหน้าที่มั่นคง  โดยห้องสมุดนั้นจะต้องปรับปรุงพัฒนาบุคลากรในห้องสมุด และเทคนิคต่างๆให้ตามทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อยู่ตลอดเวลาในโลกยุคปัจจุบัน
                2.ส่งเสริมในด้านการศึกษา เนื่องจากห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของห้องสมุด ที่จะทำให้ผลที่เกิดขึ้น คือ พัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดีขึ้น
                3.ห้องสมุดช่วยในด้านเศรษฐกิจ คือ ห้องสมุดจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสือ เนื่องจากหนังสือต่างๆ มักมีราคาค่อนข้างสูง จึงเป็นหน้าที่ของห้องสมุด ที่เป็นบริการของรัฐที่จัดเอาให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกคน สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้เท่าเทียม และทั่วถึงกัน โดยไม่มีการคิดมูลค่า
                4.ห้องสมุดเป็นที่จัดเก็บ บำรุงรักษา และส่งเสริม สิ่งต่างๆที่เป็นวัฒนธรรมของชาติบ้านเมือง ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมของชาติ ถ้าห้องสมุดไม่มีการส่งเสริมด้านวัฒนธรรมแล้ว ห้องสมุดย่อมไม่สามารถรวมตัวเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไม่ได้
                5.ห้องสมุด ถือเป็นการบริการที่ส่งเสริมคนทุกช่วง ทุกวัย และเป็นองค์กรที่ส่งเสริมความรู้ที่เกี่ยวกับการเมือง วิถีทางการปกครอง เพื่อให้คนทุกคนมีความรู้ เพื่อให้สถานะของบ้านเมืองให้ดีขึ้น โดยให้คนในสังคมนั้นเข้าถึงสารสนเทศ และรับรู้ได้และถูกต้อง รวดเร็ว โดยห้องสมุดจะต้องให้ข้อมูลเหล่านี้โดยอาศัยความเป็นกลางเป็นหลัก

วัตถุประสงค์ของบริการห้องสมุด
                วัตถุประสงค์ของการบริการห้องสมุด คือ ให้ผู้ใช้บริการได้รับสารสนเทศที่ถูกต้อง และต้องการให้มากที่สุด รวมไปถึงการส่งเสริมการใช้งานห้องสมุด ได้เป็นอย่างดี มีสารสนเทศไว้ใช้งานได้เสมอ อีกทั้งเป็นตัวกลางในการใช้งานห้องสมุด เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของห้องสมุดให้ดีขึ้น

ปรัชญาของห้องสมุด
                โดย Ranganathan ได้ให้ปรัชญาที่ชื่อว่า Ranganathan 5 Laws โดยมีหัวข้อดังนี้
1.หนังสือมีไว้ให้ใช้
2.ผู้อ่านแต่ละคนมีหนังสืออ่าน
3.มีหนังสือทุกเล่มให้อ่าน
4.ประหยัดเวลาของผู้อ่าน
5.เป็นสถาบันที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
                ต่อมา Gorman ได้นำปรัชญาข้างต้นมาปรับปรุงจนได้ปรัชญาที่ชื่อว่า Gorman Librarianship โดยมีหัวข้อดังนี้
1.มีไว้เพื่อบริการมนุษยชาติ
2.ยอมรับการสื่อสารทุกรูปแบบ
3.ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดเพื่อส่งเสริมการบริการ
4.เปิดเสรีในการเข้าถึงความรู้
5.เคารพสิ่งที่ผ่านมา และสร้างนาคตให้ดีขึ้น
                โดยหลักการทั้งหมดมีไว้เพื่อเป็นการบริการผู้ใช้ และพัฒนาห้องสมุดให้มีการพัฒนา และเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของห้องสมุด

ประเภทการบริการห้องสมุด
                การบริการห้องสมุดสามารถแบ่งได้ 3 รูปแบบดังนี้
                1.บริการพื้นฐาน เป็นการบริการขั้นบังคับของห้องสมุด เมื่อได้ทำการบริการห้องสมุดแล้วต้องมี จะประกอบไปด้วย                      
             การบริการผู้อ่าน เป็น การอำนวยความสะดวกในการเข้าไปใช้บริการห้องสมุด ให้ผู้ใช้บริการเกิดความสะดวกสบายขึ้น เช่น มีโต๊ะและเก้าอี้ไว้อ่านหนังสือหรือค้นหาข้อมูลต่างๆ หนังสือหรือสารสนเทศที่เตรียมพร้อมในการให้บริการอยู่เสมอ รวมไปถึงมีเครื่องปรับอากาศเพื่อสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ เป็นต้น                                                                                                                             
             การบริการยืม-คืน เป็นการบริการ ที่จะนำสารสนเทศต่างๆ ออกจากห้องสมุด เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้สารสนเทศตามที่ตนเองต้องการ โดยมีการบันทึกและการติดตามสารสนเทศที่นำออกมาไปได้  
                2.บริการอ้างอิงสารสนเทศ เป็นงานที่มาคอยสนับสนุนผู้ใช้งาน ในการหาสารสนเทศที่ตนเองต้องการ สามารถแบ่งลักษณะของบริการด้านนี้ ดังต่อไปนี้            
                บริการสารสนเทศ จะ เป็นงานบริการลักษณะที่เป็นพื้นฐานของห้องสมุด เช่น บริการการยืมคืนระหว่างห้องสมุด การจัดระเบียบสารสนเทศต่างๆ การสำเนา รวมไปถึง การให้นำแนะนำ ตอบคำถาม หรือแสวงหาข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ                                                    
             บริการสอนการใช้ สอน ผู้ใช้ในการค้นคว้า และการใช้เครื่องมือค้นได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น บัตรรายการ หนังสืออ้างอิง การสืบค้นออนไลน์  การบริการสอน การแนะนำการใช้งานและค้นคว้าสารสนเทศในห้องสมุดเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม รวมไปถึงการนำชมห้องสมุดก็ถือว่าเป็น บริการสอนการใช้ด้วย                                                                                                                                
             บริการแนะนำ บริการ แนะนำจะมีความคล้ายกับบริการสอนการใช้ แต่มีความแตกต่างคือ จะเน้นในการให้ความช่วยเหลือในขณะสืบค้น การเลือกทรัพยากรสารสนเทศให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน แนะนำการทำรายงาน หรืองานวิจัยต่างๆที่สารสนเทศเข้ามาผลต่อการนำงานด้วย ห้องสมุดต้องบริการด้านนี้ด้วย รวมไปถึงพัฒนาความคิด และอารมณ์ให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีพ
               3.บริการเฉพาะ เป็น การบริการสารสนเทศในห้องสมุดให้กับกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มที่อาจติดปัญหาในการสืบ ค้นสารสนเทศต่างๆ ห้องสมุดต้องมีการบริการด้านนี้ไว้ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนกลุ่มนี้ และคนกลุ่มเฉพาะทางเหล่านี้ก็มีความต้องการที่ต่างกัน ห้องสมุดจะต้องพัฒนาการบริการเหล่านี้ให้ตอบสนองคนเหล่าได้เป็นอย่างดี กลุ่มเฉพาะเหล่าก็ เช่น กลุ่มด้อยโอกาส กลุ่มเด็ก กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การบริการห้องสมุด ลักษณะของโรงเรียน

งานบริการห้องสมุด คืองานที่ห้องสมุดจัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในด้านการอ่าน การค้นคว้าหาความรู้และส่งเสริมการอ่านให้กว้างขวางและทั่วถึง เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศอย่างรวดเร็ว และตรงตามความต้องการมากที่สุด รวมถึงการจัดบรรยากาศที่ดี เป็นระเบียบ ทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกที่ดีและประทับใจเมื่อเข้าใช้บริการ

ความสำคัญของงานบริการห้องสมุด 
          
งานบริการเป็นหัวใจสำคัญของห้องสมุด เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทุกระดับ สำหรับงานบริการของห้องสมุดโรงเรียน มีส่วนสำคัญที่ทำให้นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชน มาใช้ห้องสมุดมากขึ้น งานบริการเป็นงานที่ห้องสมุดทำขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอน ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จักศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ใช้ประโยชน์จากการอ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ตลอดจนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
วัตถุประสงค์ของการให้บริการห้องสมุด
          1. เพื่อส่งเสริมการอ่าน
          2.
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ห้องสมุด
          3.
เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่และคุ้มค่า
          4.
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเพลิดเพลิน พัฒนาสมองให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถนำสิ่งที่ได้จากการอ่านไปปฏิบัติ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตนต้องการ
ประเภทของงานบริการห้องสมุด

          งานบริการของห้องสมุดมีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับนโยบายและวัตถุประสงค์ของห้องสมุด สำหรับห้องสมุดโรงเรียนโดยทั่วไป มีดังนี้
          1. บริการการอ่าน   เป็นบริการหลักของห้องสมุดที่จัดหาและคัดเลือกหนังสือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ มาไว้เพื่อให้บริการ และจัดเตรียมสถานที่ให้อำนวยความสะดวกต่อการอ่าน เพื่อตอบสนองความต้องการ และความสนใจของผู้ใช้มากที่สุด 

          2.
บริการยืม - คืน   คือบริการให้ยืม - คืนทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ตามระเบียบการยืมของห้องสมุดแต่ละแห่ง เพื่อให้ความสะดวกในการใช้ ในกรณีที่ยืมเกินกำหนด ผู้ยืมจะต้องเสียค่าปรับตามอัตราที่ห้องสมุดกำหนด 

          3.
บริการหนังสือจอง   เป็นบริการที่ห้องสมุดจัดแยกหนังสือรายวิชาต่าง ที่ครูผู้สอนกำหนดให้นักเรียนอ่านประกอบ รวมทั้งเป็นบริการพิเศษที่จัดขึ้นในกรณีที่หนังสือนั้นมีจำนวนน้อย แต่มีผู้ใช้ต้องการจำนวนมาก โดยแยกไว้ต่างหาก และมีกำหนดระยะเวลาให้ยืมสั้นกว่าหนังสือทั่วไป

          4.
บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด   เป็นบริการเพื่อแนะนำผู้ใช้ให้ทราบว่า ห้องสมุดจัดบริการอะไรบ้างให้กับผู้ใช้ เช่น การปฐมนิเทศแนะนำแก่นักเรียนที่เข้าเรียนในชั้นปีแรก ห้องสมุดส่วนใหญ่จะจัดทำคู่มือการใช้ห้องสมุด เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุด เช่น ประวัติของห้องสมุด ระเบียบการยืม - คืนทรัพยากรสารสนเทศ มารยาทในการใช้ห้องสมุด บริการและกิจกรรมต่างๆของห้องสมุด เป็นต้น

          5. 
บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า   เป็นบริการที่ครูบรรณารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ห้องสมุด จะช่วยให้คำแนะนำและบริการตอบคำถามแก่นักเรียนและผู้ใช้ ทั้งคำถามทั่วไปเกี่ยวกับการใช้ห้องสมุด และคำถามที่ต้องค้นหาคำตอบจากทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ ในห้องสมุด

          6. 
บริการแนะแนวการอ่าน  เป็นบริการสำคัญที่ห้องสมุดจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่าน พัฒนานิสัยรักการอ่าน และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ใช้ห้องสมุดที่มีปัญหาในการอ่าน ผู้ที่ไม่อยากอ่านหนังสือ หรือเลือกหนังสืออ่านไม่เหมาะสมกับความต้องการของตน

          7. 
บริการสอนการใช้ห้องสมุด  เป็นบริการของห้องสมุดในโรงเรียนที่จัดสอนให้แก่นักเรียนที่เข้าเรียนใหม่ในชั้นปีแรก เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ห้องสมุด การเลือกใช้ทรัพยากรสารสนเทศแต่ละประเภท และบริการต่างๆ ของห้องสมุด ให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากห้องสมุดได้อย่างเต็มที่ 

          8. 
บริการสืบค้นฐานข้อมูล  เป็นบริการสืบค้นฐานข้อมูลหนังสือของห้องสมุดช่วยให้ผู้ใช้ สามารถค้นหาหนังสือด้วยตนเองได้สะดวก รวดเร็วขึ้น

          9. 
บริการรวบรวมบรรณานุกรม  เป็นการรวบรวมรายชื่อหนังสือ สำหรับใช้ประกอบการเรียนการสอน ในรายวิชาต่างๆ รวมถึงการรวบรวมบรรณานุกรมหนังสือใหม่ประจำเดือนที่ห้องสมุดออกให้บริการแก่ผู้ใช้

          10. บริการข่าวสารทันสมัย  เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้ห้องสมุดได้ทราบข้อมูลใหม่ๆ ในสาขาวิชาต่างๆ โดยการถ่ายสำเนาหน้าสารบัญวารสารฉบับล่าสุดที่ห้องสมุดได้รับรวบรวมไว้ในแฟ้ม เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

          11. 
บริการอินเทอร์เน็ต  ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่สนใจได้ทั่วโลก ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ทันสมัยได้มากขึ้น ตรงตามความต้องการและสะดวกรวดเร็ว

          12. 
บริการอื่นๆ  ที่ห้องสมุดอาจจัดขึ้น เช่น บริการโสตทัศนวัสดุ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ บริการห้องสมุดเคลื่อนที่ บริการชุมชน บริการขอใช้สถานที่ประชุม เป็นต้น
12.1 บริการสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นบริการค้นคว้าหาความรู้ด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น สื่อมัลติมีเดีย ซีดีรอม ดีวีดี วีซีดี เป็นต้น
             12.2 บริการห้องสมุดเคลื่อนที่ เป็นบริการการอ่านที่ห้องสมุดจัดไว้ตามมุมต่างๆของโรงเรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น ใต้บันได ระเบียงอาคาร สวน ศาลา ฯลฯ เป็นการให้บริการอย่างไม่เป็นทางการ ง่ายๆ และตกแต่งด้วยธรรมชาติอย่างสวยงาม ตามสภาพของสถานที่นั้นๆ
             12.3 บริการชุมชน เป็นบริการที่ขยายโอกาสทางการศึกษาค้นคว้าให้กว้างออกไป โดยห้องสมุดจะจัดหนังสือและสิ่งพิมพ์ ไปให้บริการแก่ชุมชนและหน่วยงานต่างๆ รอบโรงเรียน เช่น ที่วัด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จุดบริการจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็ก และประชาชนในชุมชนทุกเพศ ทุกวัย เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ข่าวสาร และทันต่อเหตุการณ์
             12.4 บริการขอใช้สถานที่ประชุม เป็นบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ฝ่ายบริหาร และครู-อาจารย์ ในการขอใช้ห้องสมุดเพื่อประชุมเฉพาะกลุ่มของโรงเรียน 




ขอขอบคุณ


http://www.nmk.ac.th/maliwan2/page/6servicesource.html


เอื้อเฟื้อข้อมูล

การบริการและการบริการห้องสมุด (สรุปเนื้อหา วิชา707 วันที่ 12/06/11)

การบริการและการบริการห้องสมุด
          การบริการเป็นการให้ความช่วยเหลือ ความสะดวก ให้กับผู้เข้ามาใช้บริการ หรือรับบริการ จนเกิดความประทับใจ ส่งผลให้ผู้ใช้บริการ หรือรับบริการนั้นเข้ามาใช้บริการอยู่เสมอ ดังนั้นการบริการที่ดี จะต้องมีความเท่าเทียมกันเสมอ ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นใดๆ ในการให้การบริการกับผู้ใช้บริการ หรือรับบริการ
          ในแง่ของสถาบันสารสนเทศ หรือพูดกันให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นก็ ห้องสมุดซึ่งเป็นการให้การบริการด้านสารสนเทศ ห้องสมุดจะต้องมีการจัดระเบียบสารสนเทศให้เป็นระบบเพื่อให้เกิดการบริการที่ดี จนให้ผู้ใช้บริการ หรือรับบริการนั้น เกิดความประทับใจและสร้างความเชื่อมั่น ในการใช้บริการ หรือรับบริการต่อไป        

          นอกเหนือจากนี้ ห้องสมุดจะต้องมีบริการเสริมอื่นๆ เพื่อมาสนับสนุนงานด้านต่างๆของห้องสมุดด้วย เช่น ห้องสมุดจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ งานบริการวิชาการ เป็นต้น เพื่อผู้ใช้บริการ หรือรับบริการ โดยผู้ใช้บริการ หรือรับบริการนั้น อาจเกิดความประทับใจ หรือไม่ประทับใจก็ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของห้องสมุดได้ และความประทับใจ หรือไม่ประทับใจนี้ ถ้าผู้ใช้บริการ หรือรับบริการมีความเชื่อมั่นว่าประทับใจ หรือไม่ประทับใจแล้ว การเปลี่ยนแปลงทัศนคติให้เป็นไปตามที่ตนเองต้องการนั้นยากมาก

          อีกทั้งการบริการนั้น จะต้องพัฒนาการบริการตามพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วย จึงไม่มีการหยุดนึ่งในการพัฒนาการบริการ โดยการพัฒนานี้จะต้องอาศัยการประเมิน วิเคราะห์วิจัยอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถตอบสนองผู้ใช้บริการ หรือรับบริการ ทุกคนให้มากที่สุด โดยปัจจัยที่มีผลต่อการบริการ ส่วนใหญ่มักจะเป็นการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปเช่น การย้ายถิ่นฐาน การดำรงชีวิต การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากร การติดต่อสื่อสาร และค่าใช้จ่าย ซึ่งการพัฒนาการบริการนั้นจะต้องพัฒนาโดยมองไปยังเทคโนโลยี หรือวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป มากกว่าจะมาตามหลังเทคโนโลยีที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้


                1.บริการเชิงธุรกิจ เป็นบริการที่ทุ่งเน้นกำไรจากการให้บริการต่างๆ มักอยูในภาคเอกชนส่วนใหญ่ เช่น ปั๊มน้ำมัน ห้างสรพพสินค้า ห้องสมุด เป็นต้น

                2.บริการเชิงสาธารณะ เป็นการบริการโดยหน่วยงาน หรือองค์กรในระบบราชการ เพื่อมุ่งรักษาผลประโยชน์ และสวัสดิภาพของประชาชน แต่ธุรกิจบริการประเภทนี้ค่อนข้างที่จะขาดทุนพอสมควร เช่น บริการไฟฟ้าตามบ้านเรือน หรือ น้ำประปา เป็นต้น


การบริการห้องสมุด       
                                                                                                                                                                 
         ถือเป็นหัวใจของสถาบันบริการสารนิเทศ หรือห้องสมุด เพราะจะเป็นปัจจัยที่ชี้ให้เห็นสามารถของการบริการ เพื่อจะทำให้เกิดความประทับใจและความเชื่อมั่น เพื่อสอดคล้องกับหน้าที่ของห้องสมุด คือ พัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ประเภทการบริการห้องสมุด
                การบริการห้องสมุดสามารถแบ่งได้ 3 รูปแบบดังนี้

                1.บริการพื้นฐาน เป็นการบริการขั้นบังคับของห้องสมุด เมื่อได้ทำการบริการห้องสมุดแล้วต้องมี จะประกอบไปด้วย                      

                          การบริการผู้อ่าน เป็นการอำนวยความสะดวกในการเข้าไปใช้บริการห้องสมุด ให้ผู้ใช้บริการเกิดความสะดวกสบายขึ้น เช่น มีโต๊ะและเก้าอี้ไว้อ่านหนังสือหรือค้นหาข้อมูลต่างๆ หนังสือหรือสารสนเทศที่เตรียมพร้อมในการให้บริการอยู่เสมอ รวมไปถึงมีเครื่องปรับอากาศเพื่อสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ เป็นต้น
                          การบริการยืม-คืน เป็นการบริการ ที่จะนำสารสนเทศต่างๆ ออกจากห้องสมุด เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้สารสนเทศตามที่ตนเองต้องการ โดยมีการบันทึกและการติดตามสารสนเทศที่นำออกมาไปได้  

                2.บริการอ้างอิงสารสนเทศ เป็นงานที่มาคอยสนับสนุนผู้ใช้งาน ในการหาสารสนเทศที่ตนเองต้องการ สามารถแบ่งลักษณะของบริการด้านนี้ ดังต่อไปนี้        
  
                               บริการสารสนเทศ จะเป็นงานบริการลักษณะที่เป็นพื้นฐานของห้องสมุด เช่น บริการการยืมคืนระหว่างห้องสมุด การจัดระเบียบสารสนเทศต่างๆ การสำเนา รวมไปถึง การให้นำแนะนำ ตอบคำถาม หรือแสวงหาข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ                                                              
                               บริการสอนการใช้ สอนผู้ใช้ในการค้นคว้า และการใช้เครื่องมือค้นได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็น บัตรรายการ หนังสืออ้างอิง การสืบค้นออนไลน์  การบริการสอน การแนะนำการใช้งานและค้นคว้าสารสนเทศในห้องสมุดเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม รวมไปถึงการนำชมห้องสมุดก็ถือว่าเป็น บริการสอนการใช้ด้วย                                                                                                                                              
                              บริการแนะนำ บริการแนะนำจะมีความคล้ายกับบริการสอนการใช้ แต่มีความแตกต่างคือ จะเน้นในการให้ความช่วยเหลือในขณะสืบค้น การเลือกทรัพยากรสารสนเทศให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน แนะนำการทำรายงาน หรืองานวิจัยต่างๆที่สารสนเทศเข้ามาผลต่อกการนำงานด้วย ห้องสมุดต้องบริการด้านนี้ด้วย รวมไปถึงพัฒนาความคิด และอารมณ์ให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ และเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีพ

                3.บริการเฉพาะ เป็นการบริการสารสนเทศในห้องสมุดให้กับกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มที่อาจติดปัญหาในการสืบค้นสารสนเทศต่างๆ ห้องสมุดต้องมีการบริการด้านนี้ไว้ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนกลุ่มนี้ และคนกลุ่มเฉพาะทางเหล่านี้ก็มีความต้องการที่ต่างกัน ห้องสมุดจะต้องพัฒนาการบริการเหล่านี้ให้ตอบสนองคนเหล่าได้เป็นอย่างดี กลุ่มเฉพาะเหล่าก็ เช่น กลุ่มด้อยโอกาส กลุ่มเด็ก กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มผู้สูงอายุ เป็นต้น